ช่วงล่างของรถแม็คโครหรือรถขุดตีนตะขาบเป็นชิ้นส่วนที่รับน้ำหนักและแรงกระแทกมากที่สุดของทั้งคัน และเป็นค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน หลายไซต์งานปล่อยให้โซ่แทรคหย่อน แผ่นแทรคสึก หรือโรลเลอร์รั่วน้ำมันไปเรื่อยๆ เพราะเครื่องยังขับเคลื่อนได้ตามปกติ แต่ในทางเทคนิคความเสียหายที่ปล่อยไว้เพียงไม่กี่วันอาจลามจากอะไหล่ชิ้นเดียวไปเป็นทั้งชุด บทความนี้รวมสัญญาณเตือนที่ช่างสนามใช้เช็คจริง วิธีวัดความตึงโซ่ และหลักตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนเป็นชิ้น เมื่อไหร่ควรยกชุด
สารบัญ
อาการโซ่หลวม โซ่กระโดด สังเกตยังไง
สัญญาณแรกที่บอกว่าโซ่แทรคเริ่มหย่อนคือเสียงกระทบเป็นจังหวะขณะขับเคลื่อน โดยเฉพาะตอนถอยหลังหรือเข้าโค้ง เสียงนี้เกิดจากแผ่นแทรคกระทบกับตัวถังหรือกระทบกันเองเพราะไม่มีความตึงคอยควบคุมแนวเดิน
อีกอาการที่พบบ่อยในไซต์งานที่เป็นโคลนหรือพื้นลาดเอียงคือโซ่หลุดออกจากร่องของ sprocket หรือ idler ขณะทำงานหนัก เรียกกันในหน้างานว่าโซ่ตกร่อง ถ้าเกิดขึ้นขณะทำงานต้องหยุดเครื่องทันที เพราะการขยับรถต่อในสภาพโซ่หลุดจะทำให้ฟันเฟือง sprocket และบูชโซ่เสียหายเพิ่มทุกครั้งที่ล้อหมุน
นอกจากเสียงและการหลุดร่องแล้ว ผู้ขับมักรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่เบาะมากกว่าปกติ และถ้ามองจากด้านข้างขณะรถจอดนิ่ง จะเห็นโซ่แอ่นตัวหย่อนชัดเจนระหว่างโรลเลอร์บนกับแผ่นแทรค ซึ่งเป็นจุดที่ควรหยิบสายวัดหรือไม้บรรทัดออกมาตรวจสอบทันที
วิธีวัดความตึงโซ่แทรค
วิธีที่ช่างสนามใช้วัดความตึงคือขับให้แผ่นแทรคด้านล่างวางราบกับพื้น จากนั้นพาดไม้บรรทัดเหล็กหรือขึงเชือกเป็นเส้นตรงจากจุดสูงสุดของ idler หน้าไปยังโรลเลอร์บนตัวถัดไป แล้ววัดระยะหย่อนที่กึ่งกลางจากเส้นตรงลงมาถึงผิวแผ่นแทรค ค่าความหย่อนมาตรฐานแตกต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อเครื่องจักร จึงควรอ้างอิงคู่มือประจำรุ่นเสมอ แต่หลักการวัดจะใช้วิธีเดียวกันแทบทุกรุ่น
อีกวิธีที่ช่างสนามใช้ตรวจแบบเร็วๆ คือการเคาะ ใช้ค้อนยางเคาะที่แผ่นแทรคบริเวณกึ่งกลางระหว่าง idler กับโรลเลอร์ ถ้าแผ่นแทรคเด้งตัวมากผิดปกติ แปลว่าความตึงหย่อนเกินเกณฑ์แล้ว
การปรับตึงทำผ่านวาล์วอัดจารบีที่กระบอกเร่งแทรค ค่อยๆ อัดจารบีเข้าไปทีละน้อยจนได้ระยะตามสเปค ข้อควรระวังคือห้ามอัดแน่นจนตึงเกินไป เพราะโซ่ที่ตึงเกินจะทำให้บูชโซ่และ sprocket สึกเร็วไม่ต่างจากโซ่ที่หย่อนเกิน และควรวัดทั้งสองข้างของรถเสมอ เพราะถ้าความตึงสองข้างไม่เท่ากัน รถจะเดินเบี้ยวและสึกไม่สม่ำเสมอ
กฎง่ายๆ ที่ช่างสนามยึดถือ ตรวจความตึงโซ่ทุกครั้งที่ครบรอบตรวจเช็ค อย่ารอให้ได้ยินเสียงกระทบก่อนแล้วค่อยปรับ เพราะเสียงที่ได้ยินหมายความว่าความเสียหายที่ sprocket และโรลเลอร์เริ่มเกิดไปแล้ว
การสึกของโรลเลอร์ ล้อนำ และ sprocket
โรลเลอร์ที่เริ่มมีปัญหาจะมีคราบน้ำมันซึมออกมาจากซีล เกิดจากซีลภายในเสื่อมสภาพจนน้ำมันหล่อลื่นในตัวโรลเลอร์รั่วออก เมื่อน้ำมันรั่วจนหมด โรลเลอร์จะร้อนจัดและเกิดจุดแบนบนผิวสัมผัส หมุนไม่กลมอีกต่อไป และมีเสียงดังเป็นจังหวะขณะขับเคลื่อน
ล้อนำสึกจากการเสียดสีกับแผ่นแทรคตลอดเวลาที่ใช้งาน ผิวจะค่อยๆ เป็นร่องลึกตรงกลางและขอบข้างบานออก ถ้าปล่อยจนร่องลึกเกินไป โซ่จะขี่ไม่นิ่งและมีโอกาสกระโดดออกจากร่องได้ง่ายขึ้น
ส่วนฟันเฟือง sprocket ที่สึกหนักจะมีรูปทรงเหมือนฟันฉลาม ปลายฟันแหลมโค้งไปทางเดียว สาเหตุหลักมาจากโซ่หย่อนเป็นเวลานานจนแรงกระแทกตกที่ปลายฟันแทนที่จะกระจายที่ฐานฟันตามปกติ sprocket ที่สึกลักษณะนี้จะทำให้โซ่ขบไม่สนิท เกิดการลื่นไถล และยิ่งเร่งให้บูชโซ่สึกเร็วขึ้นไปอีก
ทั้งสามชิ้นนี้ทำงานสัมพันธ์กันตลอดเวลา ความสึกของอันหนึ่งจะเร่งความสึกของอีกอันหนึ่งเสมอ นี่คือเหตุผลที่การตรวจสภาพช่วงล่างที่ถูกต้องต้องดูทั้งชุดพร้อมกัน ไม่ใช่ดูทีละชิ้นแยกกัน อะไหล่ในกลุ่มนี้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าหมวด อะไหล่ช่วงล่าง
ต้นทุนถ้าปล่อยไว้ พังลามทั้งชุด
เมื่อโซ่หย่อนโดยไม่ได้ปรับ แรงกระแทกจะตกที่ sprocket และล้อนำมากขึ้น ทำให้ฟันเฟืองสึกเร็วขึ้น เมื่อฟันเฟืองสึกจนโซ่ขบไม่สนิท จะเกิดการลื่นไถลที่เพิ่มการสึกของบูชโซ่ ทำให้โซ่ยืดตัวเร็วขึ้นไปอีก เป็นวงจรที่เร่งความเสียหายซึ่งกันและกันไปเรื่อยๆ
ถ้าปล่อยจนซีลโรลเลอร์รั่วน้ำมันหมดแล้วยังใช้งานต่อ ตลับลูกปืนภายในโรลเลอร์จะแห้งและติดขัด สุดท้ายโรลเลอร์จะล็อกไม่หมุน กลายเป็นชิ้นที่ครูดกับแผ่นแทรคตลอดเวลาแทนที่จะหมุนตาม ทำให้ทั้งโรลเลอร์และแผ่นแทรคสึกเร็วขึ้นมาก
ผลลัพธ์สุดท้ายคือแทนที่จะเปลี่ยนแค่ชิ้นที่เสียชิ้นเดียว กลายเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชุด ทั้งโซ่ โรลเลอร์ ล้อนำ และ sprocket พร้อมกัน เพราะทุกชิ้นสึกไปพร้อมกันจนไม่มีชิ้นไหนอยู่ในสภาพที่ควรค่าแก่การเก็บไว้ใช้ต่อแล้ว
รอบตรวจเช็คช่วงล่างตามชั่วโมงทำงาน
ตรวจสายตาทุกวันก่อนใช้งาน มองหาคราบน้ำมันใต้โรลเลอร์ โซ่หย่อนผิดปกติ และรอยแตกร้าวบนแผ่นแทรค
ทุก 250 ชั่วโมงทำงาน ให้วัดความตึงโซ่พร้อมตรวจระดับจารบีที่กระบอกเร่งแทรค
ทุก 500 ชั่วโมงทำงาน ตรวจความสึกของฟัน sprocket และร่องล้อนำด้วยสายตาหรือเกจวัดถ้ามีประจำอยู่ที่ไซต์
ทุก 1,000 ชั่วโมงทำงาน หรือทุกครั้งที่มีอาการผิดปกติ ให้ตรวจวัดละเอียดทั้งชุด รวมถึงระยะยืดของโซ่เทียบกับค่าตอนโซ่ใหม่ เพื่อประเมินเปอร์เซ็นต์การสึกของทั้งระบบ
ไซต์งานที่ทำในพื้นที่หิน โคลน หรือทรายกัดกร่อนสูง ควรร่นระยะตรวจให้ถี่กว่ารอบมาตรฐานข้างต้น เพราะสภาพหน้างานเร่งการสึกให้เร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปมาก
เมื่อไหร่เปลี่ยนเป็นชิ้น เมื่อไหร่ควรยกชุด
เปลี่ยนเป็นชิ้นได้เมื่อชิ้นส่วนอื่นในชุดยังอยู่ในสภาพดีและเป็นความเสียหายเฉพาะจุด เช่น โรลเลอร์ตัวเดียวรั่วซีลจากอุบัติเหตุกระแทกหิน ในขณะที่โซ่ ล้อนำ และ sprocket ยังสภาพดีอยู่ กรณีนี้เปลี่ยนเฉพาะโรลเลอร์ตัวนั้นได้โดยไม่กระทบอายุใช้งานของชิ้นอื่น
ควรยกชุดเมื่อทุกชิ้นในระบบสึกไปพร้อมกันตามชั่วโมงใช้งาน เพราะถ้าใส่โซ่ใหม่เข้ากับ sprocket เก่าที่สึกเป็นฟันฉลามแล้ว โซ่ใหม่จะขบกับฟันเฟืองที่ผิดรูปและสึกเร็วผิดปกติ อายุใช้งานของโซ่ใหม่จะสั้นกว่าที่ควรมาก ในทางกลับกันถ้าใส่ sprocket ใหม่เข้ากับโซ่เก่าที่ยืดตัวแล้ว ก็จะเกิดปัญหาขบไม่สนิทในลักษณะเดียวกัน
หลักคร่าวๆ ที่ใช้ประเมินหน้างานคือ ถ้าตรวจแล้วพบว่ามีชิ้นส่วนสึกเกินเกณฑ์ตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไปในชุดเดียวกัน ให้พิจารณายกชุดแทนการซ่อมทีละจุด เพราะแรงงานถอดประกอบหลายรอบ บวกกับอายุใช้งานของอะไหล่ใหม่ที่จะถูกอะไหล่เก่าเร่งให้สึกไว มักคุ้มค่ากว่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนพร้อมกันไปเลย
ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นชิ้นหรือยกชุด ควรแจ้งรุ่นเครื่องจักร ยี่ห้อ และเลขรุ่นให้ชัดเจนกับร้านอะไหล่ทุกครั้ง เพราะโซ่แทรคและแผ่นแทรคมีความกว้างและจำนวนข้อแตกต่างกันในแต่ละรุ่น แม้จะเป็นแม็คโครขนาดใกล้เคียงกันก็ตาม ทีมงานชัยแทรคเตอร์ช่วยตรวจสอบสเปคและจัดหาอะไหล่ช่วงล่างตรงรุ่นได้ ดูรายการอะไหล่ทั้งหมดที่หน้าหมวด อะไหล่ช่วงล่าง หรืออ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่หน้า บทความ