โซ่แทรคและช่วงล่างรถขุด การวัดความตึงโซ่แทรคให้ถูกวิธี

ในบรรดางานบำรุงรักษาแม็คโครทั้งหมด การตั้งความตึงโซ่แทรคคืองานที่ใช้เวลาน้อยที่สุดแต่ให้ผลคุ้มที่สุด เพราะช่วงล่างคือหมวดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดตลอดอายุรถ และตัวแปรเดียวที่เจ้าของรถควบคุมได้เต็มมือคือความตึงของโซ่ ตั้งถูกช่วงล่างอยู่ได้ยาว ตั้งผิดทั้งชุดสึกเร็วขึ้นพร้อมกันทั้งโซ่ สเตอร์ โรลเลอร์ และล้อนำ บทความนี้สรุปวิธีวัดและวิธีปรับที่ช่างภาคสนามใช้จริง อ่านจบทำตามได้เลยด้วยเครื่องมือพื้นฐาน

ทำไมความตึงโซ่ถึงชี้ชะตาช่วงล่างทั้งชุด

โซ่แทรคไม่ได้ทำงานตัวเดียว มันขบกับฟันสเตอร์ กลิ้งผ่านโรลเลอร์ล่าง พาดผ่านแคเรียด้านบน และวนกลับที่ล้อนำ ความตึงของโซ่คือแรงกดที่ชิ้นส่วนทุกตัวต้องรับตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่ เมื่อความตึงผิดไปจากค่าที่ออกแบบ แรงเสียดทานส่วนเกินจะกระจายเข้าไปกัดทุกจุดสัมผัสพร้อมกัน ช่วงล่างที่ควรใช้ได้หลายพันชั่วโมงจึงหมดอายุเร็วกว่าที่ควรทั้งที่ชิ้นส่วนไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยนอกจากถูกตั้งค่าผิด

โซ่ตึงเกินไป เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ความตึงเกินคือศัตรูเงียบ เพราะมองจากภายนอกรถดูปกติดี แต่ภายในเกิดสิ่งเหล่านี้

  • บูชโซ่กับฟันสเตอร์สึกเร็วผิดปกติ เพราะโซ่ถูกดึงให้ขบกับฟันแน่นเกินไปตลอดเวลา ฟันสเตอร์จะค่อยๆ สึกจนแหลมเป็นตะขอ
  • กินกำลังเครื่อง รถต้องออกแรงลากโซ่ที่ฝืดขึ้น ทั้งเดินช้าลงและกินน้ำมันขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  • เร่งการสึกของล้อนำและโรลเลอร์ แรงกดที่เกินมาลงที่ผิวสัมผัสทุกจุด รวมถึงซีลของโรลเลอร์ที่จะรั่วเร็วขึ้น
  • เสี่ยงข้อโซ่ล้าและแตก ในเคสที่ตึงจัดและเจองานกระแทกหนัก

โซ่หย่อนเกินไป เสี่ยงอะไร

ฝั่งหย่อนเกินจะแสดงอาการชัดกว่า สังเกตได้จากเสียงโซ่ตบรางระหว่างเดินรถ

  • โซ่หลุดราง ความเสี่ยงอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะตอนเลี้ยวบนพื้นต่างระดับหรือถอยขึ้นเทรลเลอร์ การใส่โซ่กลับเข้ารางแต่ละครั้งเสียเวลางานเป็นชั่วโมง
  • โซ่ตบกระแทกโครงราง ทำให้แผ่นแทรค ข้อโซ่ และตัวยึดคลายตัว น็อตแผ่นแทรคหลุดหายทีละตัวโดยไม่มีใครสังเกต
  • สเตอร์ขบข้ามฟัน จังหวะที่โซ่หย่อนมากแล้วรถออกตัวแรง ฟันสเตอร์จะกระโดดข้ามบูช ทั้งเสียงดังทั้งกัดฟันสเตอร์กับบูชพร้อมกัน

วิธีวัดระยะหย่อนโซ่แทรคทีละขั้น

หลักการวัดคือดูระยะหย่อน (sag) ของโซ่ช่วงบนระหว่างจุดรองรับ ทำตามนี้

  1. จอดรถบนพื้นเรียบและแข็ง เดินหน้าช้าๆ แล้วปล่อยให้รถหยุดเอง ห้ามเบรกกะทันหัน เพื่อให้ความหย่อนของโซ่มารวมอยู่ช่วงบนตามธรรมชาติ
  2. ล้างโคลนออกก่อนวัด โคลนที่อัดแน่นในโซ่และสเตอร์ทำให้ค่าที่วัดได้เพี้ยนทันที ข้อนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งของการตั้งค่าผิด
  3. หาจุดวัด วางไม้บรรทัดยาวหรือขึงเชือกให้ตึงพาดบนแผ่นแทรค ระหว่างล้อนำกับแคเรียตัวแรก หรือระหว่างแคเรียสองตัวตามที่คู่มือรถรุ่นนั้นระบุ
  4. วัดระยะจากไม้บรรทัดลงมาถึงหลังแผ่นแทรคตรงจุดที่หย่อนที่สุด ค่าที่ได้คือระยะหย่อนของโซ่
  5. เทียบกับค่าในคู่มือ รถขุดทั่วไปส่วนใหญ่กำหนดระยะหย่อนอยู่ราว 2 ถึง 4 เซนติเมตร แต่ตัวเลขแม่นยำต่างกันตามรุ่นและขนาดรถ ให้ยึดคู่มือของรถตัวเองเป็นหลักเสมอ ถ้าไม่มีคู่มือ ถ่ายรูปป้ายรุ่นส่งมาถามทีมงานเราได้

วัดซ้ำทั้งสองข้าง ซ้ายขวาไม่จำเป็นต้องหย่อนเท่ากัน และควรวัดตอนโซ่เย็น เพราะโซ่ที่เพิ่งทำงานหนักจะขยายตัวเล็กน้อย

วิธีปรับความตึงด้วยกระบอกเร่งแทรค

แม็คโครแทบทุกรุ่นใช้ระบบกระบอกเร่งแทรคแบบอัดจาระบี อยู่หลังฝาครอบบนโครงรางแต่ละข้าง

  • เพิ่มความตึง ใช้ปั๊มจาระบีอัดเข้าหัวอัดของกระบอกเร่งแทรค จาระบีจะดันล้อนำออกไปข้างหน้า โซ่จะตึงขึ้น อัดทีละนิดแล้ววัดซ้ำ
  • ลดความตึง ค่อยๆ คลายวาล์วระบายข้างหัวอัดให้จาระบีไหลออก โซ่จะหย่อนลง ได้ระยะแล้วขันวาล์วกลับให้แน่น

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด จาระบีในกระบอกเร่งแทรคอยู่ภายใต้แรงดันสูงมาก ห้ามถอดหัวอัดหรือขันวาล์วออกจนสุดเด็ดขาด ให้คลายทีละน้อยและหลบแนวที่จาระบีอาจพุ่งออกเสมอ ถ้าคลายวาล์วแล้วจาระบีไม่ออกหรือโซ่ไม่ขยับ อย่าฝืนแก้เอง เพราะอาจมีสิ่งอุดตันในระบบ ให้ปรึกษาช่างที่ชำนาญ

กฎช่าง: ก่อนอัดจาระบีเพิ่มทุกครั้ง ให้ล้างโคลนออกจากช่วงล่างก่อน โซ่ที่ดูหย่อนเพราะโคลนดันไว้ พออัดเพิ่มแล้วโคลนหลุดออก จะกลายเป็นโซ่ตึงจัดโดยไม่รู้ตัว นี่คือสาเหตุที่ช่วงล่างพังเร็วทั้งที่เจ้าของรถขยันตั้งโซ่

ตั้งความตึงตามสภาพงาน ไม่ใช่ค่าเดียวใช้ทุกไซต์

ค่าในคู่มือคือค่าอ้างอิงสำหรับพื้นแข็งทั่วไป หน้างานจริงควรปรับตามสภาพดิน

  • งานโคลน ดินเหนียว ตั้งหย่อนกว่าค่ามาตรฐานเล็กน้อย เผื่อพื้นที่ให้โคลนที่อัดเข้ามาในราง ไม่อย่างนั้นโคลนจะทำหน้าที่เหมือนลิ่มดันโซ่ให้ตึงจัด
  • งานหิน พื้นแข็งขรุขระ ตั้งใกล้ค่ามาตรฐาน อย่าให้หย่อนเกิน เพราะโซ่ที่ตบบนหินจะรับแรงกระแทกแรงกว่าบนดินมาก
  • งานทราย หย่อนกว่ามาตรฐานได้เล็กน้อย ลดแรงเสียดทานจากเม็ดทรายที่แทรกทุกซอกของโซ่

ไซต์ไหนที่รถวิ่งสลับสภาพพื้นบ่อย ให้ยึดสภาพที่รถใช้เวลามากที่สุดในวันนั้น และตรวจซ้ำเมื่อย้ายไซต์ทุกครั้ง

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยหน้างาน

  1. ตั้งโซ่ทั้งที่โคลนอัดเต็มราง อย่างที่บอกไว้ในกฎช่างด้านบน นี่คือข้อผิดพลาดอันดับหนึ่ง
  2. ตั้งตึงไว้ก่อนเพราะกลัวโซ่หลุด ความจริงคือโซ่ตึงจัดสร้างความเสียหายเงียบๆ ที่แพงกว่าโซ่หลุดหลายเท่า
  3. วัดข้างเดียวแล้วปรับทั้งสองข้างเท่ากัน โซ่สองข้างสึกไม่เท่ากันเสมอ ต้องวัดและปรับแยกข้าง
  4. ไม่เคยวัดเลยจนกว่าจะมีอาการ ความถี่ที่เหมาะสมคือตรวจด้วยสายตาทุกวันก่อนเริ่มงาน และวัดจริงจังทุกรอบ 50 ชั่วโมงหรือทุกครั้งที่ย้ายสภาพงาน

ปรับจนสุดแล้วยังหย่อน สัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยน

กระบอกเร่งแทรคมีระยะยืดจำกัด เมื่อโซ่ยืดจากการสึกของสลักและบูชสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จะถึงจุดที่อัดจาระบีจนกระบอกสุดระยะแล้วโซ่ก็ยังหย่อนเกินเกณฑ์ นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าโซ่ยืดเกินอายุ ทางเลือกที่เหลือคือถอดข้อโซ่ออกหนึ่งข้อเพื่อยืดเวลา หรือเปลี่ยนโซ่ใหม่ ซึ่งควรประเมินการสึกของสเตอร์ ล้อนำ และโรลเลอร์ไปพร้อมกัน เพราะชิ้นส่วนที่สึกมากแล้วจะพาชิ้นใหม่สึกเร็วตาม อ่านวิธีสังเกตอาการสึกของแต่ละชิ้นได้ที่บทความ โซ่แทรคหลวม แผ่นแทรคสึก สัญญาณเตือนช่วงล่างแม็คโคร

ถ้าถึงเวลาต้องเปลี่ยน เรามีอะไหล่ช่วงล่างครบทุกชิ้น ทั้งโซ่แทรค แผ่นแทรค สเตอร์ ล้อนำ โรลเลอร์ แคเรีย และกระบอกเร่งแทรค ครอบคลุมรถขุดทุกยี่ห้อหลัก ดูรายละเอียดที่หน้า อะไหล่ช่วงล่าง หรือถ้าไม่แน่ใจว่ารถของคุณควรเปลี่ยนเป็นชิ้นหรือยกชุด ถ่ายรูปช่วงล่างส่งมาคุยกันก่อนได้ทาง ไลน์ หรือโทรสายด่วน 081-692-4798 ทีมงานประสบการณ์กว่า 30 ปียินดีช่วยประเมินให้ตรงจุด ไม่ต้องเปลี่ยนเกินจำเป็น